• สวัสดีครับ วันนี้เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2563 ผมขอเริ่มกับสถานการณ์ตอนนี้และวันที่ 1 มิถุนายนกับการผ่อนปรนระยะ 3 COVID-19 ในประเทศไทย หมายถึงเราจะกลับมาดำเนินชีวิตเรียกว่าเกือบปกติสัก 80เปอร์เซนครับ แต่ก็อยากให้ social distancing ยังคงต้องปฏิบัติตัวอย่างเคร่งครัด เพื่อตัวท่านเอง และครอบครัว ยังไงเป็นกำลังใจให้ทุกคนและเอาใจช่วยกับกลุ่มที่ยังคงทำงาน ใช้ชีวิต รวมถึงเรื่องเงินทองปากท้อง ที่ยังไม่เป็นชิ้นเป็นอันนะครับ

    ส่วนเรื่องของเรากับ  style ที่สองที่ผมจะพูดถึงจากประสบการณ์ design และผลิตงานของเรา นำมาเล่าให้ทุกท่านรับฟังในแบบแง่มุมของเรา buddydesign ตอนนี้เป็นคิวของ moden style ครับรูปแบบนี้สำหรับเราเริ่มทำแบบและผลิตมาประมาณช่วงเกือบ 7-8 ปีก่อนเป็นยุคที่กำลังได้รับความนิยมกันค่อนข้างมากครับ ส่วน Mood and Tone จะมีตั้งแต่ ดูสว่างๆ จนถึงสีเข้ม ให้ความรู้สึกเท่ห์และความสุขุม ไม่มีอะไรตายตัวแล้วแต่ความชอบของลูกค้าครับ

    ส่วนเฟอร์นิเจอร์ จะเน้นความเรียบง่ายมากที่สุด ไม่มีมือจับให้สะดุดตา เส้นสายของขอบบานหน้าบานต่างๆ สลอดคล้องเป็นแนวทางเดียวกันไม่ว่าจะเป็นแนวตั้งแนวนอน แนวเส้นที่ตัดลงมาตั้งแต่ฝ้าเพดาน มาที่เฟอร์นิเจอร์รวมถึงพื้นมาล้อกับรายกระเบื้องเลยทีเดียว สิ่งที่เน้นสบายตาความสะอาดเรียบแต่ถูกซ่อนฟรังชั่นต่างๆใว้ สิ่งที่จะมาแทนมือจับมีเลือกทั้ง แบบที่โชว์ใช้วิธี ตีร่องมือจับ (ภาพแรก) อุปกรณ์ พวกตัว กด-กระเด้ง เพื่อให้หน้าบานเรียบแบบไม่มีมือจับ ถึงปัจจุบันถ้าเป็นลิ้นชักจะมีรางเลื่อนที่ผลิตออกมาแบบ กด-กระเด้งแล้ว อันนี้ก็รวมถึงงบประมาณของลูกค้านะครับ

    ส่วนลวดลายลามิเนตปิดผิว ไม่ว่าจะเป็นลายไม้ ลายหินอ่อน หรือลาย wallpaper ก็ตามพวกนี้จะเน้นสีเดียวไม่มีความซับซ้อน มีวัสดุมันวาวบ้าง เช่นกระจก เส้นสแตนเลส แต่ก็จะมีความปลีกย่อยอีก ย่อยลงไปในรายละเอียดต่างๆกันครับ เช่น

    modern luxury เพิ่มความหรูหราให้กับบรรยากาศโดยรวมเด้นสีทอง สีทองแดง ทองชมพู กระจกเงาให้ดูมิติเพิ่มเติมเข้าไป วัสดุพวกนี้ถือเป็นพระเอกได้เลยครับ

    modern classic อันนเราพูดไปแล้วใน “สไตล์ไหนดี (2)” นะครับ

    modern Contemporary อันนี้จะกล้ำกลึ่งระหว่างความเรียบงายแนว modern และความ  Classic ที่เราเคยเล่าให้ฟังไปครับให้มีความร่วมสมัยให้สอดคล้องกันไปในทิศทางเดียวกันและออกมาไม่ เขอะเขิน ส่วน Mood and Toneเน้นอบอุ่น สีตุ่นๆ ถ้าในทางออกแบบสมัยก่อนเรียนวิชา Design ใช้สีน้ำเราก็จะผสมน้ำตาลเข้าไปจะได้ สีหม่นๆ ทำนองนี้ครับ

    โดยรวมคำว่า modern เน้นเรียบง่าย เส้นสาย ที่สบายตา จะต่างกันที่วัสดุตกแต่งเพื่อเพิ่ม style ที่ชัดเจนเจาะจงลงในรายละเอียด แยกย่อย ที่ผมกล่าวมาข้างต้นครับทั้งหมดนี้ท่านสามรถ ขอคำแนะนำถึง style ที่ลูกค้าอยากได้ที่แท้จริงจากเรา buddydesign ได้เลยเรายินดีครับ

    แล้วคุณคิดว่า การตกแต่งภายในสไตล์นี้เหมาะกับคุณ ? รึป่าว ถ้าคิดว่ายังไม่ถูกใจแบบนี้ครั้งหน้าผมมีสไตล์อะไรมานำเสนออีกฝากติดตามกันด้วยนะครับ
    เช่นเคยครับ ท่านที่คิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ สามารถแชร์หรือเก็บไว้เป็นขอมูลได้ครับเรายินดี ฝากติดตามบทความจากประสบการณ์ของเราได้อีกในตอนต่อไปครับ 🙂

    By : natthpong Buddydesign
    30 May 2020

  • อย่างเช่นเคย ผมเล่าและถ่ายทอดจากประสบการณ์ design และผลิตงานของเรา บทความนี้ผมจะพูดจากสิ่งที่ติดค้างมาจากตอนที่แล้ว “สไตล์ไหนดี?(1)” การเลือกแบบการตกแต่งภายใน ให้ได้ตามความชอบของลูกค้า และจากการดีไซน์ของเราครับ

     Modern Classic คืออะไร หน้าตาแบบไหน แล้วเหมากับใคร บทความนี้ผมจะอธิบายให้ทั้งหมดครับ ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับสไตล์นี้ก่อน ถ้าแปลในแบบของผมและเข้าใจง่ายๆเลย แนวนี้เน้นความหรูหรา ดูดี มีลูกเล่นต่างๆ เฟอร์นิเจอร์เป็นแบบลอยตัว จะมีบิ้วอินบ้างตามจุดที่เป็นพระเอกของบ้านซะส่วนใหญ่

    ถ้าจะบอกแล้วก็อ๋อเลยครับถึงความแตกต่างความ  Classic จะเน้นงานฝ้าเพดานที่จะมีหลุมไฟ ต้องมีแชงกาเรีย บัวฝ้าเพดานที่จะต้องมีลวดลาย เป็นตุ่มเป็นชั้นจำนวนให้เห็นแล้วรู้สึกเหมือนมันมีอะไรเป็นลูกเล่นนิดหน่อย บัวพื้นก็เลือกลายที่เป็นชั้นเยอะๆ และคิ้วบัวผนังก็อาจจะต้องมีหลายแบบผสมกัน นำมาตกแต่งเป็นลวดลายตามผนังเพื่อแบ่งช่องไฟและช่วยจัดจังหวะจะโคนของห้องไปในตัวอีกด้วย ยังมีซับวงกบประตูหน้าต่างที่ต้องให้ล้อและสอดคล้องกัน ส่วนมากนิยมเป็นงานสีพ่นอุตสาหกรรมโดยการกรุไม้อัดผนังลงบนผนังปูนเดิม แล้วทำสีพ่นอุตสาหกรรมปิดผิวอีกที แค่ขั้นตอนนี้ย่อมแตกต่างอย่างมากกับสไตล์อื่นๆแล้วครับ ถ้าคิดถึงค่าใช้จ่ายและระดับฝีมือของช่างมืออาชีพที่ทำงานแล้วแน่นอนครับ ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงและคิดว่าแพงที่สุดใน style ของงานตกแต่งภายในทั้งหมดครับ ผมเคยเล่าถึงขั้นตอนการทำสีพ่นอุตสาหกรรมให้ทราบไปบ้างแล้วว่ามันยุ่งยากและหนักหนาเอาการทีเดียว เรียกได้ว่า”เลือดตาแทบกระเด็น” อันนี้เราแค่เริ่มต้นด้วยคำว่า Classic ยังไม่รวมความ Modern ลงไปในเนื้องาน ก็จะมีเช่นมีส่วนที่เป็นโลหะ สแตนเลส กระจก วัสดุมันวาวทั้งหลายผสมลงไป การปรับเปลี่ยนของ style ไม่มีความแน่นอนและถูกหรือผิด ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวครับ สวยของเราก็อาจจะไม่สวยในสายตาคนอื่น แต่ก็อีกละครับบ้านเราเองที่ผมเขียนไว้เสมอ ตื่นมาก็เจอใช้ชีวิตแทบทั้งวัน เลือกที่ถูกใจเราที่สุดครับ

    การคุม Mood and Tone ให้มีความดูโดดเด่น และเข้ากันโดยภาพรวม ส่วนเฟอร์นิเจอร์ลอยตัว จะมีรูปแบบลวดลายที่เข้ากกันกับผนังได้ หรือแล้วแต่จะเลือกสีผ้าที่บุลงบนโซฟา หรือหินอ่อนที่อยู่บนท๊อบของโต๊ะกลาง หรือจะเป็นพรมลวดลายสะดุดตา รวมไปถึงผ้าม่าน สิ่งเหล้านี้ เราสามารถดีไซน์ให้ออกมาตรง concept และ Mood and Tone ได้ครับ

    พระเอกอีกอย่างงหนึ่งของ style นี้ยังช่วยความคุมโทนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นงานผนังงานฝ้าเพดาน เฟอร์นิเจอร์แล้ว งานพื้นก็สำคัญไม่แพ้กันครับการออกแบบจะนำเสนอในสิ่งที่พยายามคำนึงถึง Mood and Tone เป็นสำคัญ รูปแบบถ้ามีสีของไม้มาเบรคให้ไม่ดูเลี่ยนจนเกินไปได้อันนี้ก็ควรมี หรือส่วนทั้งหมดเป็นโทนทึมๆ ขมุกขมัวแล้วการได้พื้นหินอ่อนมาช่วยตัดสิ่งเหล้านี้ก็ช่วยได้ก็ดีมากทีเดียว จะเห็นได้ว่ามันค่อนค้างเยอะในรายละเอียดทุกๆส่วนจะมีมาก ตรงนั้นให้เข้ากับตรงนี้ ส่วนนี้จะเข้ากับมุมห้องนี้มั้ย ฯลฯ ปัญหาทั้งหมดจะเป็นหน้าที่ของเราช่วยนำเสนอตีกรอบสิ่งต่างๆให้เข้ารูปเข้ารอยให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

    แล้วคุณคิดว่า การตกแต่งภายในสไตล์นี้เหมาะกับคุณ ? รึป่าวถ้าคิดว่ายังไม่ถูกใจแบบนี้ไม่ชอบเลยครั้งหน้าผมมีสไตล์อะไรมานำเสนออีกฝากติดตามกันด้วยนะครับ
    เช่นเคยครับ ท่านที่คิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ สามารถแชร์หรือเก็บไว้เป็นขอมูลได้ครับเรายินดี ฝากติดตามบทความจากประสบการณ์ของเราได้อีกในตอนต่อไปครับ 🙂

    By : natthpong Buddydesign
    22 May 2020

  • ( ^^^ ผลงานบางส่วนตัวอย่างงานสอนปี 2548) ก่อนอื่นคงต้องขอย้อน ไปเมื่อปี 2549 ผมเริ่มงานในบริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์บิ้วอิน ในตำแหน่ง foreman interior นับว่าเป็นที่เริ่มต้นในสายงานตกแต่งภายในอย่างแท้จริง (ซึ่งก่อนหน้านั้นผมเป็นอาจารย์สอนในระดับ ปวช-ปวส ในภาควิชาการออกแบบ สาขาตกแต่งภายใน มาสักระยะ แต่ก็เป็นแค่เชิงทฤษฎี เหมือนได้ทบทวนสิ่งที่เรียนมาถ่ายทอดในการสอนอีกครั้ง ) ส่วนงานในบริษัทนี้ผลิตงานเฟอร์นิเจอร์ในรูปแบบต่างๆ ขึ้นอยู่กับ style และการออกแบบของบริษัทออกแบบ ที่คอยส่งงานให้อีกที งานมีตั้งแต่งานบ้านพักอาศัย งานโครงการ รีโนเวท ออฟฟิต โรงแรม อาคารสำนักงาน งานโครงสร้างหลากหลายแบบ และหลาย style ส่วนหน้าที่ดูแลงานระบบไฟฟ้า ประปา งานโครงสร้างจนไปถึงงานละเอียดที่ขนาดเป็นมิลลิเมตรครับ แน่นอนมันต่างจากทฤษฎีในหนังสือที่เรียนแน่นอน อันนี้มันเป็นหน้างานจริงที่มีมูลค่า ไม่เหมือนกับการตัดโมเดลในสมัยเรียน ต้องควบคุมความผิดพลาดให้น้อยที่สุด ให้เกิดประโยชน์ในเรื่องของเวลา ผลงานให้มากที่สุดแก้ลูกค้า

    สมัยนั้นต้องบอกครับว่า การยอมรับวัสดุปิดผิวยังไม่นิยมกันมากมายเหมือนกับสมัยนี้ เพราะว่าวัสดุที่จะมาปิดผิวมีความทนทานมากน้อยแค่ไหน ติดไปจะลอกร่อนรึป่าว ? พวกนี้เป็นคำถามที่ต้องใช้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ ผมขอเล่าให้เห็นภาพกว้างก่อนว่า คืออะไร ทำอย่างไร แล้วออกมาเป็นยังไงนะครับ

    ถ้าเราอยากได้เฟอร์นิเจอร์แบบเป็นสีสัน ก็ต้องใช้วิธีการเดียวคือพ่นสีอุตสาหกรรมลงบน วัสดุไม้อัด แต่ก่อนจะพ่นสีจริงได้ ขันตอนการเตรียมวัสดุ หลายขั้นตอน ใช้เวลานาน เริ่มด้วย การลงแป้ง ใช้ดินสอพอง ผสมน้ำ ปิดรอยเซี้ยนของไม้อัด 4mm เสร็จแล้วทาแชลคใส โป๊แดง ขัดเรียบ โป๊วแหลือง พ่นสีรองพื้น พ่นสีจริง
    ส่วนถ้าอยากได้ เฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสีไม้ ก็ต้องใช้ไม้อัดสัก ลายภูเขา (หรือแล้วแต่ชอบ) มาเก็บสี ขอบบานใช้เป็นไม้จริง แล้วจึงใช้วิธีการพ่นเคลือบผิวอีกขั้นตอน กว่าจะได้แต่ละบานทั้งสองวิธีเรียกว่าเลือดตาแทบกระเด็นครับ เมื่อก่อนใช้เวลานาน บ้านหนึ่งหลังใช้เวลาประมาณ 5-6เดือน (ถ้าบิ้วอินทั้งหลัง) ในปัจจุบันทั้งสองวิธีนี้ก็ยังใช้กันอยู่แต่ ด้วยวัสดุและวิธีการแบบ Premium ที่เราทำให้ลูกค้านั้นก็ยังมีทำอยู่ครับ อันนี้ขึ้นกับ style ด้วยครับว่างานแบบที่เราชอบจะต้องทำงานด้วยวิธีได นอกจากเฟอร์นิเจอร์แล้ว ผ้าม่าน ฝ้าเพดาน สีต่างๆ ต้องคำนึงถึงและให้สอดคล้องกับงานที่จะออกมา และขึ้นอยู่กับยุคสมัยก็ว่าได้ ช่วงก่อนหน้านี้ต้อง Modern เน้นเรียบง่าย ถ้าอยากได้ความหรูหราเพิ่มขึ้นมาก็เป็น Modern luxury ถ้าไม่อยากหรูหราล่ะไม่เน้นแนววิ๊บวั๊บ ก็จะมี Modern Classic หรือชอบน้อยๆไม่เยอะให้มันกลืนๆไปกับห้องก็จะมี Minimal ชอบแบบญีปุนเน้นฟรังชั่นการใช้งาน  Muji คอยรองรับความต้องการ ความชอบ สิ่งเหล้านี้เป็นความชอบส่วนบุคคลครับ ไม่มีถูกผิด แต่จะให้ลงตัวครอบคลุม ใช้อยู่กับงบประมาณในการก่อสร้างด้วยครับ

    แล้วเราจะเหมาะกับ style ไหน? อันนี้ต้องเป็นความชอบของลูกค้า เราตื่นมาใช้ชีวิต วันทั้งวันกับบ้านเรา เลือกที่ชอบ แล้วค่อยมาหาวิธีว่าเราจะจัดการกับงบประมาณที่เราเตรียมไว้ครับ

    ยังไง หน้าที่พวกนี้ต้องได้ คำเสนอ วิธีการปรับแก้ไขได้จากดีไซเนอร์ ครับ ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้เรายังไม่ได้เริ่มเข้าไปถึงแต่ละ style ว่าแบบไหนมีลักษณะอย่างไร ให้บรรยากาศแบบไหน และแนวทางวัสดุแบบไหนที่เราเลือกใช้ ครั้งหน้าผมขอเริ่มจากแนว Modern Classic ว่าจริงแล้วมันคืออะไร มีจุดเด่นตรงไหน แล้วเหมาะกันใคร ?

    เช่นเคยครับ ท่านที่คิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ สามารถแชร์หรือเก็บไว้เป็นขอมูลได้ครับเรายินดี ฝากติดตามบทความจากประสบการณ์ของเราได้อีกในตอนต่อไปครับ 🙂
    By : natthpong Buddydesign
    9 May 2020

  • สวัสดีวันศุกร์วันแรงงานแห่งชาติที่ 1 พค 2563 วันศุกร์ต้นเดือน และวันศุกร์ของใครใครอีกหลายคนกับสถาณ์การแบบนี้ครับ ผมเอาใจช่วย และเป็นกำลังใจให้กับการที่ต้องหยุดต่อ และเริ่มกลับมาทำงานของทุกท่านนะครับ 🙂

    เข้าเรื่องของเรากันต่อครับ เรื่องที่เขียนจากประสบการณ์ทำงานของเรา เอามาถ่ายทอดให้ท่านๆได้อ่านเพื่อเป็นสิ่งที่ทำความเข้าใจเรื่องการออกแบบของงานตกแต่งภายใน
    การจัดวางแปลน ถ้าเรากะหรือคิดจากการคาดคะเนด้วยตาเปล่านั้น บางครั้งเราจัดวางเฟอร์นิเจอร์ด้วยสายตาและคิดว่าตำแหน่งนี้ควรมีตู้ตรงนี้ ยาวเท่านี้ หรือสูงเท่านี้ได้ ก็จริงครับ ( บางครั้งหน้างานจริง พอมีความสูงของตู้ขึ้นมาชนฝ้าเพดานมันทำให้เราจะรู้สึกอึดอัดได้เลยครับ ) แต่เนื่องด้วยการออกแบบด้วยโปรแกรม เราจะรู้ระยะที่แท้จริงได้หน่วยเป็นเซนติเมตรเลยครับ เช่น ถ้าพื้นที่แคบเราเปิดหน้าบานตู้ออกมาจะใช้ได้จริงรึป่าว ก้มหยิบของได้มั้ย อันนี้โปรแกรมบอกเราหมด จากการที่ศึกษาบวกกับประสบการณ์ทำงานของเรา สามารถบอกและแนะนำในการจัดทำแบบแปลน รูปด้าน ได้ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพื้นที่แคบ พื้นที่ที่คิดว่าไม่เกิดประโยชน์เลยก็ตาม

    การตกแต่งภายในมีหลักการเด่นๆคือ เรื่องจากการออกแบบเฟอร์นิเจอร์ต้องให้เกิดประโยชน์ได้มากสุด และคุ้มค่าด้วยงบประมาณที่เสียไป รวมถึงความสวยงามลงตัวในภาพรวม (หน้างานจริง) เราจัดการทั้งระบบทั้งหมดนี้ให้ออกมาเป็นภาพก่อนขึ้นงานจริงทุกครั้งครับ
    เราจะมองจากอะไรได้บ้าง? มี3ส่วนของงานออกแบบที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจคือ
    1.แปลนพื้น แสดงขนาด กว้างและลึกจากการมองด้านบน
    2.รูปด้าน รูปตัด แสดงขนาดความสูงความกว้างจากการมองด้านหน้าและข้าง
    3.รูปทัศนีย์ภาพ 3D แสดงบรรยากาศรวมทั้งหมด การกำหนดแสงไฟเพิ่มเพื่อให้ภาพรวมออกมาดูเป็นจริงมากที่สุด

    และมันจะเหมือนจริงมากแค่ไหน? … คำถามนี้ผมโดนถามบ่อยมากครับ เมื่อเราได้รูปด้านแล้วขั้นตอนเลือกสีและวัสดุ มาใส่ในโปรแกรม 3d สามารถลงรหัส ไม่ว่าจะเป็น ลามิเนต กระเบื้อง สีไม้ ต้องบอกครับว่า 90-95 เปอร์เซนมันใกล้เคียงของจริงมากครับ

    แต่ก็อีกครับบางครั้งในการรีโนเวทจากของเดิม เราไม่สามารถบอกถึงสิ่งที่ยังไม่ได้รื้อหรือทุบได้ ว่าข้างบนฝ้าเพดาน หรือใต้พื้น หลังผนัง ภายใต้สิ่งเหล่านี้ว่าเป็นอะไร ก็ต้องมาปรับแก้ปัญหากันแต่ด้วยประสบการณ์ที่ผ่านมาเราสามารถจบงานได้จาก การทำความเข้าใจกับลูกค้า อธิบายเหตุผล ข้อดีข้อเสียและทำความเข้าใจ กับสิ่งตรงหน้า อันนี้ขอให้เป็นหน้าที่เราครับเพื่อให้ความฝันของลูกค้าทุกคนเป็นความจริง 🙂

    สุดท้ายท่านที่คิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ สามารถแชร์หรือเก็บไว้เป็นขอมูลได้ครับเรายินดี ฝากติดตามบทความจากประสบการณ์ของเราได้อีกในตอนต่อไปครับ
    By : natthpong Buddydesign
    1 May 2020



  • สวัสดีครับ วันนี้วันที่ 26 เมษายน 2563 บ่ายแก่ๆวันอาทิตย์ เรามาพูดคุยกันเรื่อง”งานออกแบบ ตกแต่งภายใน” เช่นเคยครับ ผมเขียนอธิบายจากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ว่าการออกแบบจะต้องเกิดขึ้นก่อน การเริ่มงานจริงซึ่งหน้าที่ของเราในการแนะนำ ฟรังชั่น การใช้งานจากลูกค้าทั้งหมด มาปรับเปลี่ยนให้มีความสะดวกสะบาย ตรงไหนควรอยู่ตรงไหน การใช้งานจึงเกิดประโยชน์สูงสุดครับ ยกตัวอย่างคือ
    มีลูกค้าบางท่าน ยกเฟอร์นิเจอร์จากบ้านตัวอย่าง มาก่อสร้างที่บ้าน (หรือบางท่านยกรูปมาแล้วให้ช่างขึ้นงานเลย ) แล้วผลคือ การใช้งานในแต่ละคนไม่เหมือนกัน กิจวัตรประจำวัน ก็แตกต่างกัน อันนี้มันรวมถึงการใช้ชีวิตภายในบ้านครับ ว่า เฟอร์นิเจอร์ต่างๆจะมามีประโยชน์กับเราได้ยังไง การนั่งดูทีวี ระยะไหนถึงจะดูสบายตา ไม่ก้มหรือเงยหน้าจนมากเกินไป เดินไปอ่างล้างจานในครัวคุณต้องก้มศีรษะลงไปติดตู้ลอยมั้ย หรือความสูงของซิ้งล้างจานสูงไปหรือต่ำไปใช้งานไม่สะดวกส่งผลแก่ร่างกายได้ ถึงตอนที่จะนอนคุณต้อง ปีน หรือ ต้องหย่อนก้นลงนอนบนเตียงรึป่าว? หรือเราต้องขแหยงเท้าเพื่อแขวนเสื้อราวบน (พอจะนึกภาพตามได้นะครับ 🙂 ) เราอยู่กับสิ่งเหล่านี้ตั้งแต่ตื่นนอนจนเข้านอนอีกหนึ่งวัน มันจะมีความสุขมากครับ ถ้าให้เราแนะนำฟรังชั่น อันไหนเหมาะควร ดีหรือไม่ดี ทั้งหมดให้เข้ากับการใช้ชีวิตภายในบ้านให้มีความสุข เราอยากเปิดมัน ชื่นชมทุกครั้งที่ได้มอง อย่างงี้ครับถึงเรียกว่า อินทีเรีย ดีไซน์

    การทำแบบเริ่มจากอะไร?… การทำแบบปกติเราจะเริ่มจากการวางแปลนพื้น การวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์ ระยะ กว้างยาวไปมั้ย…เราเดินจะแคบไปมัย ? สิ่งเหล่านี้เราจัดการให้ได้หมด ให้มีความสัมพันธ์กันในแต่ละโซนบ้านเห็นภาพโดยรววมถึงการสัญจรในชีวิตประจำวัน
    จากนั้นเราจะมาต่อที่รูปด้าน ? ขั้นตอนนี้เราเพิ่มการวางฟรังชั่นการใช้สอย ระยะ ระดับ ความสูงความกว้าง ที่เหมาะสม จำนวนเท่าไหร่ดี? หรือพอมั้ย ? ตรงนี้ก็สำคัญไม่น้อยครับ และใช้งานง่ายเข้ากับสรีระร่างกายของแต่ละท่านๆ
    เมื่อเราสรุป ทั้งสองอย่าง ทั้งแปลน และรูปด้านได้ครบแล้ว ถึงขั้นตอนการแต่งสีทาปากครับ ขั้นตอนนี้เราจะมี วัสดุ สี รายละเอียดต่างๆเข้ามาประกอบ ขั้นตอนนี้ละเอียดเพิ่มขึ้น เพื่อนำทั้งหมดมารวมกันในภาพสามมิติ 3D ให้เห็นบรรยากาศ ภายในทั้งหมด ตรงนั้นเป็นอย่างไรมองไปตรงนี้จะโอเครมั้ย ขั้นตอนนี้เหมือนเราเดินอยู่ในบ้านเราที่มีเฟอร์นิเจอร์ใกล้เคียงจริงมาก นอกจากนี้ จะมีสไตล์ ความชอบของลูกค้าเข้ามาเกี่ยวข้อง เพื่อให้บรรยากาศเป็นไปตามความต้องการ

    เรื่องสุดท้ายมาถึงเรื่องที่ ราคา!! ค่าออกแบบครับ แน่นอนครับว่าต้องมีค่าใช้จ่าย ปกติราคาเริ่มที่ห้าร้อยบาทต่อตารางเมตร คูณพื้นที่ใช้สอยทั้งบ้าน (ก็อีกครับมันถึงอยู่กับความหนาแน่นของภาพโดยรวม เช่นตัดส่วน ห้องน้ำบันได ถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนเราก็ไม่ได้นำมารวมกัน) การกำหนดงบประมาณจากลูกค้า ตรงนี้ก็สำคัญ ว่าแบบที่นำเสนอกับงบมีความเป็นไปได้ในการก่อสร้างหรือไม่ อันนี้ลูกค้าต้องมีงบประมาณที่แน่นอนหรือใกล้เคียง
    แต่ท่านที่ขึ้นงานกับเราทราบดีครับว่า เรามีส่วนลดให้เมื่อมูลค่างานของลูกค้าอยู่ในเกณฑ์ของเรา จนถึงฟรีค่าออกแบบครับ 🙂

    สุดท้ายท่านที่คิดว่าบทความนี้เป็นประโยชน์ สามารถแชร์หรือเก็บไว้เป็นขอมูลได้ครับเรายินดี ฝากติดตามบทความจากประสบการณ์ของเราได้อีกในตอนต่อไปครับ
    By : natthpong Buddydesign
    26 April 2020

  • ก่อนอื่นผมอยากให้ท่านๆทำความเข้าใจกับเรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ครับ เพราะขั้นตอนการทำเฟอร์นิเจอร์แบบขึ้นโครงมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า งาน Mdf Hmr กว่า 15-20% ครับ☺️

    ขั้นตอนแรก การเลือกใช้โครงไม้ เช่น ไม้ทุเรียน ไม้ตะแบก ไม้กะบาก ไม้สัก ( อันนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณของลูกค้า) แล้วนำมาทาน้ำยากันปลวก
    ก่อนประกอบโครง ต้องดูตำแหน่งการวาง ฟรังชั่นภายใน ว่ามีชั้นปรับระดับ กี่ชั้น มีหน้าบาน รวมไปถึงการเพิ่มไฟLed ตรงนี้ต้องคำนวณเพื่อในการวางและเว้น ตำแหน่งโครงไม้ และการวางโครงเพื่อเสริมการรับน้ำหนักของชั้นด้วย (ในรูปที่2)
    เมื่อเราได้โครงไม้เพาะแล้วการกรุไม้อัด ขั้นตอนี้เราต้องแยกระหว่าง แผงตู้ หน้าบาน ชั้นภายใน หรืองานประตู้ ขนาดความหนาของไม้อัด จะใช้ตั้งแต่ 4mm 6mm และ10mm ตามลำดับการใช้งานต่างๆ จากนั้นเราใช้กาว toa ทาก่อนยิงปืนลมกรุไม้อัดเข้ากับโครงไม้
    เมื่อกรุไม้อัดเสร็จเราปล่อยให้กาวเซทตัว (ข้ามคืนกรณีทำหลายแผง รูปที่3)
    เมื่อรอการเซทตัวแล้ว เราเริ่มทำการซอยริมแผงที่เกินในแต่ละด้าน เพื่อให้ได้ขนาดตามต้องการ เพื่อเอามาประกอบขึ้นโครงตู้ และเมื่อได้โครงตู้ หน้าบาน ชั้นต่างๆเรียบร้อย เราจึงมาแยกโครงออกแล้วปิดผิวด้วยแผ่นลามิเนตอีกครั้ง😊😅

    ที่กล่าวมาคือวิธีขึ้นโครง ด้วยการเพาะไม้ จะเห็นได้ว่าแต่ละขั้นตอนกว่าจะได้แผงตู้ ชั้นหรือหน้าบานหนึ่งแผง มีขั้นตอนการทำหลายขั้นตอน ระยะเวลา รวมไปถึงราคา ก็จะมากกว่า งานMdf Hmr ที่เราสามารถตัดแผ่นและได้แผงตู้ หน้าบาน หรือ ชั้นต่างๆเลย ซึ่งทำให้ราคาค่าแรง และวัสดุแพงกว่าที่ผมกล่าวมาข้างต้น

    ทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ความทนทาน การรับน้ำหนัก อายุการใช้งาน ย่อมแตกต่างกัน แต่ด้วยวัสดุที่ทันสมัยขึ้นทำให้ข้อเสียต่างๆลดลงและมีวิธีการทำให้การทำงานได้เร็วขึ้น
    เหมือนวัสดุที่เราเลือกใช้ครับ ลูกค้าต้องทราบว่า ผรม ใช้ไม้อะไรขึ้นงานให้เรา? ข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร? และราคาต่างกันอย่างไร? อันนี้ต้องทราบครับ

    อย่างเช่นเคย ท่านคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถแชร์ไว้เป็นข้อมูลได้ เรายินดีครับ ☺️🙏🏻 #buddydesign


  • เราต้องการอะไรจากคุณ !!!😱

    1.แบบ และขนาด
    แบบแปลนพื้น ขนาดที่ชัดเจน สถานที่หน้างาน(ชั้น)
    2.ความต้องการ
    รายการเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการ ฟรังชั่นการใช้งานเพิ่มเติม
    3.สไตล์
    แบบจาก Refresh ต่างๆที่อยากให้เป็น
    4.งบประมาณ

    แล้ว…..คุณจะได้ !!! 😇

    1.แปลน การจัดวางเฟอร์นิเจอร์
    2.ใบเสนอราคา (แจ้งรายละเอียดวัสดุ เกรดA)
    3.ระยะเวลา ในการดำเนินงาน

    ช่องทางติดต่อ
    …………………………..
    http://www.buddy-design.com
    Email : buddydesign2017@hotmail.com
    Line : buddydesign2017
    Tel : 0639286365

    ถึงขั้นตอนนี้เพียงคุณตัดสินใจเริ่มงานกับเรา
    เราก็จะเป็น” #Buddy ” ให้คุณตลอดไป 😄🙏


  • #WorkFromHome วันนี้ เรามาคุยถึงวัสดุโครงสร้างเฟอร์นิเจอร์ที่เราใช้ในปัจจุบันกันครับ😊

    เราได้เปลี่ยนการใช้งาน จากไม้อัดบล๊อคบอร์ด มาใช้ตัว #mdfhmr ได้ประมาณเกือบ1ปี โดยเค้าเคลมว่า ทนต่อความชื้น ผิวเนียนเรียบ และเนื้อแน่นหนา …… ซึ่งเราก็ไม่เชื่ออะไรง่ายๆแน่นอน จากการทดลองโดยการ….แช่น้ำ2คืน!!!!😱 เอาขึ้นมาไม้ยังคงรูปแบบเดิม ไม่บิดงอไม่คืนรูปจากที่เคลมไว้จริง !!! 👍👌 จากนั้นเราเริ่มแนะนำลูกค้าและใช้มาถึงปัจจุบันพบว่าไม่มีปัญหาใช้ได้ทั้งงาน ชุดครัว ตู้เสื้อผ้าที่ใกล้บริเวณหน้าห้องน้ำที่มีความชื้นสะสม

    และพูดถึงราคาค่อนค้างสูงเมื่อเทียบ กับ พวกงาน #ไม้ปาติเคิล#ไม้mdf แต่กลับกันลูกค้าได้งานที่มีคุณภาพที่ดี และเมื่อใช้งานกับลามิเนตที่ดีแล้วด้วย ผมว่าคุ้มค่ามากครับ

    ช่วง #WorkFromHome เรายังมีอะไรใหม่ๆ หรือวัสดุอื่นมาเสนอให้ช่วงเบื่อๆอยู่บ้านกันอีกนะครับ ยังไงฝากกดไลน์ กดแชร์ เพื่อเป็นกำลังใจให้เราต่อไปด้วย เนอะ #เราจะไม่ทิ้งกัน#โควิด 😅🙏✌️

  • undefinedวัสดุที่เราเลือกใช้กับบ้านของคุณ !! ( #วัสดุปิดผิว )ก่อนอื่น ผมขอแจ้งก่อนนะครับว่า วัสดุปิดผิว #ลามิเนต ที่ขายตามท้องตลาดบ้านเรามีมากมายหลายยี่ห้อ แตกต่างกันไปตามความต้องการขอ6งลูกค้า (ราคา)นะครับวัสดุปิดผิวคืออะไร ! วัสดุปิดผิดสำหรับงานตกแต่งภายใน คือสิ่งที่ปิดทับโครงไม้ที่เห็นเป็นสีสัน ต่างๆ โดยทั่วไปแบ่งหลักใหญ่มี2ประเภท คือวัสดุธรรมชาติ และวัสดุสังเคราะห์ ธรรมชาติ ก็เป็นพวกไม้จริง หินอ่อน หินแกรนนิต ส่วนสังเคราะห์ กระดาษ พลาสติก หินเทียม ต่างก็มีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันส่วนวัสดุที่ใช้กับ #งานเฟอร์นิเจอร์ จะมีเริ่มตั้งแต่ ผิวกระดาษ สติกเกอร์ พีวีซี เมลามีน #ลามิเนต#วีเนียร์ ทั้งหมดที่กล่าวมา การเลือกใช้ขึ้นอยู่กับ Style การออกแบบของผู้ออกแบบครับ#บัดดี้ดีไซน์#buddydesign เราเลือกใช้ #หินอ่อน ลามิเนต วีเนียร์ #ไม้จริง วันนี้ที่ยกตัวอย่างลามิเนตที่เลือกใช้คือยี่ห้อ #Formica และ #TdBoard จากประสบการณ์ในการทำงาน แผ่นลามิเนตมันมีความหนา ความทนทาน ไม่คืนรูป ไม่หักง่าย ทนรอยขีดข่วนได้ดี ทนความชื้นได้สูงและปัจจุบัน มีลวดลายที่เหมือนจริง ผิวสัมผัสที่เหมือนจริงเอามากๆก็นั่นละครับ ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการติดตั้งของช่างฝีมือและประสบการณ์ (อันนี้ยกเว้นรอย การหักเสียหายจากการใช้งานที่เกิดแก่เจ้าของนะครับ) และก็รวมไปถึงราคาครับ ผมได้เขียน ขนาดของแผ่นลามิเนต และราคาคร่าวๆ (ราคานี้รวมค่ากาวยาวที่ใช้ปิดผิวเฉลี่ยโดยประมาณ) อีกส่วนขึ้นอยู่กับการใช้ติดตั้งในส่วนของงานกรุผนัง งานตกแต่งภายในทั้งหมด ส่วนกาวยาวเราใช้ Dunlop ครับ 😊ที่กล่าวมาทั้งหมด เราแจ้งกับลูกค้าทุกท่านครับว่าวัสดุที่เราเลือกใช้เป็นยี่ห้ออะไร มีคุณสมบัติอะไร (มีตัวอย่างขนาด A5) ให้เลือกก่อนขึ้นงานจริง นอกจากแบบ3D ที่เราเสนอแล้ว ทำไมถึงแพง!! ….. ด้วยคุณสมบัติของวัสดุ ลวดลายที่มีให้เลือกเยอะหนาเป็นเล่มๆ ใช้งานได้ดี ก็ตามมาด้วยราคาที่สูงขึ้นครับ
    สุดท้ายสามารถ แชร์โพสนี้เก็บไว้เป็นข้อมูล เผื่อมีโอกาสที่จะตกแต่งภายใน ทราบถึง วัสดุปิดผิว กับงานเฟอร์นิเจอร์ของท่านครับ 😊🙏🏻