ก่อนอื่นผมอยากให้ท่านๆทำความเข้าใจกับเรื่องที่ผมจะเขียนต่อไปนี้ครับ เพราะขั้นตอนการทำเฟอร์นิเจอร์แบบขึ้นโครงมีค่าใช้จ่ายสูงกว่า งาน Mdf Hmr กว่า 15-20% ครับ☺️

ขั้นตอนแรก การเลือกใช้โครงไม้ เช่น ไม้ทุเรียน ไม้ตะแบก ไม้กะบาก ไม้สัก ( อันนี้ขึ้นอยู่กับงบประมาณของลูกค้า) แล้วนำมาทาน้ำยากันปลวก
ก่อนประกอบโครง ต้องดูตำแหน่งการวาง ฟรังชั่นภายใน ว่ามีชั้นปรับระดับ กี่ชั้น มีหน้าบาน รวมไปถึงการเพิ่มไฟLed ตรงนี้ต้องคำนวณเพื่อในการวางและเว้น ตำแหน่งโครงไม้ และการวางโครงเพื่อเสริมการรับน้ำหนักของชั้นด้วย (ในรูปที่2)
เมื่อเราได้โครงไม้เพาะแล้วการกรุไม้อัด ขั้นตอนี้เราต้องแยกระหว่าง แผงตู้ หน้าบาน ชั้นภายใน หรืองานประตู้ ขนาดความหนาของไม้อัด จะใช้ตั้งแต่ 4mm 6mm และ10mm ตามลำดับการใช้งานต่างๆ จากนั้นเราใช้กาว toa ทาก่อนยิงปืนลมกรุไม้อัดเข้ากับโครงไม้
เมื่อกรุไม้อัดเสร็จเราปล่อยให้กาวเซทตัว (ข้ามคืนกรณีทำหลายแผง รูปที่3)
เมื่อรอการเซทตัวแล้ว เราเริ่มทำการซอยริมแผงที่เกินในแต่ละด้าน เพื่อให้ได้ขนาดตามต้องการ เพื่อเอามาประกอบขึ้นโครงตู้ และเมื่อได้โครงตู้ หน้าบาน ชั้นต่างๆเรียบร้อย เราจึงมาแยกโครงออกแล้วปิดผิวด้วยแผ่นลามิเนตอีกครั้ง😊😅

ที่กล่าวมาคือวิธีขึ้นโครง ด้วยการเพาะไม้ จะเห็นได้ว่าแต่ละขั้นตอนกว่าจะได้แผงตู้ ชั้นหรือหน้าบานหนึ่งแผง มีขั้นตอนการทำหลายขั้นตอน ระยะเวลา รวมไปถึงราคา ก็จะมากกว่า งานMdf Hmr ที่เราสามารถตัดแผ่นและได้แผงตู้ หน้าบาน หรือ ชั้นต่างๆเลย ซึ่งทำให้ราคาค่าแรง และวัสดุแพงกว่าที่ผมกล่าวมาข้างต้น

ทั้งหมดทั้งมวลขึ้นอยู่กับงบประมาณและความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ ความทนทาน การรับน้ำหนัก อายุการใช้งาน ย่อมแตกต่างกัน แต่ด้วยวัสดุที่ทันสมัยขึ้นทำให้ข้อเสียต่างๆลดลงและมีวิธีการทำให้การทำงานได้เร็วขึ้น
เหมือนวัสดุที่เราเลือกใช้ครับ ลูกค้าต้องทราบว่า ผรม ใช้ไม้อะไรขึ้นงานให้เรา? ข้อดีข้อเสียต่างกันอย่างไร? และราคาต่างกันอย่างไร? อันนี้ต้องทราบครับ

อย่างเช่นเคย ท่านคิดว่าบทความนี้มีประโยชน์ สามารถแชร์ไว้เป็นข้อมูลได้ เรายินดีครับ ☺️🙏🏻 #buddydesign


Posted in

ใส่ความเห็น